เสาร์, 19 พฤษภาคม 2012
http://www.thaicheerleading.com/page/page/home2/components/com_gk3_photoslide/thumbs_big/2797592012tncc1.jpglink
Example Pages and Menu Links

กำหนดการแข่งขัน TNCC 2012




กำหนดการแข่งขัน The Mall Present

The 8th Thailand National Cheerleading Championships 2012

ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ เดอะมอลล์บางแค


วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555

05.00-16.30 น.   เดินทางเข้าที่พัก

9.00-22.00 น.   ทีมงานจัดสถามที่แข่งขัน

ทีมนักกีฬาทดสอบสนามแข่งขัน



วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2555
9.30 น.              ลงทะเบียนแข่งขัน นักกีฬาอบอุ่นร่างกาย เตรียมตัวเข้าแข่งขัน

10.30 น.             รายการที่ 1 Cheerleading Age 3-7 (อนุบาล)

แข่งขัน ประเภท Cheer Solo

รายการที่ 2 Cheer Solo Age 3-7 (อนุบาล)

รายการที่ 3 Cheer Solo Age 7-12 (ประถมศึกษา)

รายการที่ 4 Cheer Solo Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 5 Cheer Solo Age Above 18 (อุดมศึกษา)

11.15 น.            แข่งขัน ประเภท Cheer Pom Pom (วันแรก)

รายการที่ 6 Pom Pom Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 7 Pom Pom Age Above18 (อุดมศึกษา)

12.30 น.            พักสนามแข่งขัน เตรียมพิธีเปิดการแข่งขัน

13.00 น.            พิธีเปิด ประธานและแขกผู้มีเกียรติ มาถึงบริเวณพิธี

- เชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน ฯ เข้าสู่พีธีพร้อมขบวนตัวแทนนักกีฬา

- ผู้บริหาร The Mall กล่าวถึงการให้การสนับสนุน

- ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสหพันธ์กีฬาเชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย

กล่าวต้อนรับทีมนักกีฬา

- แสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา อธิบดีกรมพลศึกษา

ให้โอวาทนักกีฬาและกล่าวเปิดงาน

- การกล่าวคำปฏิญาณของตัวแทนนักกีฬา

13.30 น.             แข่งขันประเภท Cheerleading (วันแรก)

รายการที่ 8 Cheerleading Age 7-12 (ประถมศึกษา)

รายการที่ 9 Cheerleading Division 1 Age Above 18 (อุดมศึกษา)

รายการที่ 10 Cheerleading Division 2 Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 11 Cheerleading Division 1 Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 12 Cheerleading All Stars (ระดับประชาชนทั่วไป)

18.00 น.              ทำการทดสอบ ทดลองสนาม


วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555

9.30 น.              ลงทะเบียนแข่งขัน นักกีฬาอบอุ่นร่างกาย เตรียมตัวเข้าแข่งขัน

10.30 น.            แข่งขัน ประเภท Group Stunts (Mixed) และ Co-Ed Partner Stunts

รายการที่ 13 Co-Ed Partner Stunts Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 14 Co-Ed Partner Stunts Age Above 18 (อุดมศึกษา)

รายการที่ 15 Group Stunts (Mixed) Age 7-12 (ประถมศึกษา)

รายการที่ 16 Group Stunts (Mixed) Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 17 Group Stunts (Mixed) Age Above 18 (อุดมศึกษา)

11.15 น.            แข่งขัน ประเภท Cheer Pom Pom (วันที่สอง)

รายการที่ 18 Pom Pom Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 19 Pom Pom Age Above18 (อุดมศึกษา)

13.00 น.             แข่งขันประเภท Cheerleading (วันที่สอง)

รายการที่ 21 Cheerleading Division 1 Age Above 18 (อุดมศึกษา) รายการที่ 22 Cheerleading Division 2 Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 23 Cheerleading Division 1 Age 12-18 (มัธยมศึกษา)

รายการที่ 24 Cheerleading Age 7-12 (ประถมศึกษา)

รายการที่ 25 Cheerleading Age 3-7 (อนุบาล)

รายการที่ 26 Cheerleading All Stars (ระดับประชาชนทั่วไป)

16.00 น.            กิจกรรมนันทนาการ เพื่อรอผลการแข่งขัน

17.00 น.            พิธีปิดและมอบถ้วยรางวัล

การประกาศผลรางวัลและมอบถ้วยรางวัลโดย

ผู้บริหารThe Mall และ ผู้บริหารสหพันธ์ฯ

ผู้บริหารThe Mall กล่าวปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

*** ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง ณ วันแข่งขัน ***


Download กติกาการแข่งขัน TNCC 2012

เพื่อนๆสามารถโหลดกติกาการแข่งขันได้ที่นี่เลยครับ

2012 ทำความเข้าใจกติกา(ต้องโหลดอ่านทุกครั้ง)

2012 Download ใบสมัคร

อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
Solo [1]
Solo[1]
Solo[1]
Cheerleading [8-16]
Group Stunt [5]

Group Stunt [3-5]
Coed Partner Stunt [2]

  Cheerleading [8-16]
Pom Pom [8-16]
  Pom Pom [8-16]
Cheerleading D.1 [8-16]
    Cheerleading D.2 [8-16]
ระดับอุดมศึกษา ระดับประชาชนทั่วไป  
Solo[1]
Cheerleading [8–35]
 
Group Stunt [3-5]
Coed Partner Stunt [2]

   
Pom [8-16]
   
Cheerleading D.1 [8-16]
   
Cheerleading D.2 [8-16]
   

Download กติกาแบบทั้งหมด

Facebook Like


Basket Toss Basic : พื้นฐานการโยนแบบตระกร้า ( Basket Toss Basic )
เขียนโดย Administrator    วันอาทิตย์ที่ 04 กรกฏาคม 2010 เวลา 23:45 น.    PDF พิมพ์ อีเมล



การโยนนั้นถือได้ว่าเป็นท่าที่ต้องใช้ทักษะของฐานและยอดเป็นอย่างมาก เนื้องจากหน้าที่ของทั้ง 2 ต่ำแหน่งนี้ มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของแรงเอาไว้ ซึ่งผู้ที่ฝึกการโยนนั้น ต้องทำอยู่เป็นประจำ และต้องให้ความไว้วางใจทั้งฐานและยอด เพราะสิ่งจำเป็นที่สุดคือการเชื่อใจซึ่งกันและกัน จรรยาบรรณหลักของผู้ที่เป็นฐานในการโยนนั้น ต้องจำให้ขึ้นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ตามในการโยน ฐานที่รับนั้น จะต้องไม่ทำให้ยอดถึงพื้นโดยเด็ดขาด นั้นหมายถึงหากเกิดเหตุการใดๆขึ้น ยอดของคุณจะไม่เชื่อใจอันเนื้องมาจากฐาน เป็นหลัก และเมื่อไม่มีความเชื่อใจก็จะทำให้การโยนนั้นง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงพื้นฐานการโยน
1. การเข้าใจเรื่องจังหวะทั้งยอดและฐาน
2.การเข้าใจเรื่องการผ่อนน้ำหนักในการรับของฐาน
3.การทะยานขึ้นของตัวยอด
4.การเก็บระเบียบร่างกาย
5.การหาจุดนำสายตา
6.ลักษณะการโยนที่เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งหลักจากเราเข้าใจพื้นฐานดังกล่าวแล้ว จะทำให้กลุ่มในการโยนของเรานั้น มีประสิธิภาพในการโยนมากขึ้น จะส่งผลถึงความสูง และการนำไปสู่การเล่นในระดับที่ยากขึ้นได้

1. การเข้าใจเรื่องจังหวะทั้งยอดและฐาน จังของการโยนนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือของตัวยอด ตัวยอดถือได้ว่าเป็นตัวที่สำคัญในการทำท่า หากตัวยอดมีจังหวะส่งที่ดี มีความสูงก็จะทำให้การโยนนั้นๆ ทำได้ดี ซึ่งเราจะแบ่งจังหวะของตัวยอดไว้ดังนี้ 
1. จังหวะพร้อมขึ้น ขึ้นให้ช้า อย่านั่งลึก มองตรง ทิ้งน้ำหนักปลายท้าว แล้วนำปลายเท้ามาเหยียบตรงกลาง
2. จังหวะทะยานขึ้น หลังจากที่ฐานยุบใช้มือทั้ง 2 พลักฐาน ส่งมือขึ้น ยกหัวไหล เกร็งตัว ยกสะโพก อย่ารีบเอนหลัง รักษาระดับและควบคุมตัวเองไม่ให้แกว่ง
3. จังหวะทำ เป็นจังหวะที่ตัวยอดต้องรู้ถึงความรู้สึก ว่ามีแรงส่ง เกือบที่จะหยุดแล้ว จากนั้นก็ทำการทำท่าต่งๆที่ได้รับมอบหมาย
4.จังหวะดีดตัว เพื่อความสวยงามหลังจากทำท่าเรียบร้อยแล้ว ตัวยอดควรที่จะดีดตัวเองออก ซึ่งเป็นการควบคุมการลงให้อยู่ในรูปแอ่นตัว และเก็บระเบียบ
5.จังหวะลงนอน เป็นการดีดตัวกลับลงนอน

ในส่วนของฐานนั้นถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งฐาน จะไม่ต้องเป็นจังหวะมากมาย แต่หน้าที่หลักของฐาน จะเป็นตัวส่งแรง ซึ่งจะต้องตามแรงของตัวยอด ต้องคอยสังเกตุ เริ่มต้น ด้วยการสานมือในรูปแบบตระกร้า จากนั้น เวลาโยน ห้ามก้มหลัง หรืออ่าขามากเกินไป ใช้จังหวะก่อนส่งนั้นช้าๆไม่ต้องรีบ และพอเวลาส่งก็ใช้แรงให้สุด ชูมือไว้ตลอดเวลา และก็ทำการรับตัว ยอด โดยการรับนั้น ต้องรับโดยการผ่อนแรง ไม่เช่นนั้น จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลังของตัวยอดได้

การเข้าใจเรื่องการผ่อนน้ำหนักในการรับของฐาน

การผ่อนน้ำหนักของฐานนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของฐานที่ดี เพราะในขณะที่ยอดตกลงมาสู่พื้น แขนที่ตั้งรับ จะต้องมาการผ่อนแรงตามไปด้วย โดยการใช้ขาเข้ามาช่วยในการย่อรับ และสิ่งสำคัญของตัวยอดคือการใช้มือจับช่วงไหล่ของฐานให้ได้ 

การทะยานขึ้นของตัวยอด

การทะยานขึ้นของตัวยอดนั้น เป็นเรื่องที่ตัวยอดหลายคนหาเทคนิกนี้ เพื่อที่จะให้ตัวเอง มีเวลาอยู่กลางอากาศให้นานที่สุด นั้นหมายถึงความสูงการทำยานขึ้นนั้น ตัวยอดจะต้องควบคุมสะโพกเป็นหลักใหญ่ เพราะสะโพกคือจุดหมุน หากไม่ต้องทำลังกา ใช้การยอหัวไหล่เป็นหลัก เประกอบการพลักมือชูขึ้น แต่หากทำลังกา ตัวยอกจะต้องเปิดสะโพก เพื่อที่จะเอาข้ามศรีษะของตัวเองให้ได้ นั้นหมายถึง รอบลังกาก็จะไวตามไปด้วย แล้วจะทำให้การทะยานขึ้นกลางอากาศเป็นไปได้อย่างสวยงาม และกระชับ สิ่งสำคัญสุดท้ายของการทะยานคือการเกร็งตัว

การเก็บระเบียบร่างกาย

การเก็บระเบียบร่างกายนั้น เป็นเรื่องที่ ยอดทุกตัวควรที่จะทำ เพราะระเบียบร่างการ และการเกร็งตัวมักจะมาควบคู่กัน เหตุผลใหญ่คือการทำให้ท่านั้นๆดูสวยงาม เหตุผลรองลงมาก็คือ เป็นการง่ายต่อการรับ ต่อให้เกิดการผิดพลาดหากตัวยอด ยังรักษาสมดุลเอาไว้ได้ ก็สามารถที่จะควบคุมการทรงตัวเอาไว้ได้เช่นกัน

การหาจุดนำสายตา

ยอดส่วนใหญ่ ชอบก้มหน้า การก้มหน้านั้นจะทำให้ประสาทสัมผัสของยอดนั้น ไม่ทำงาน เพราะสายตาที่จะให้เพื่อสังเกตุความสูงนั้น ไม่ได้ถูกใช้ เราจึงแนะนำให้ยอด มองตรงไปด้านหน้า และพยายามจะระดับความสูงในการทำท่า หากทำบ่อยครั้ง เราก้จะเข้าใจ และสามารถควบคุมความสูงได้ และยังหาจุดทำท่าได้ง่ายอีกด้วย

ลักษณะการโยนที่เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จ

-จังหวะไม่เท่ากัน

-ตั้งฐานสูงเกินไป

-ตัวยอดนั่งมากเกินไป

-ฐานกว้างไป

-อ้าขามากเกินไป

-ส่งแรงไม่พร้อมกัน

-ตัวยอดไม่ยกสะโพก

-ฐานรับไม่ผ่อนแรง

-รับแต่ตัวไม่รับขา

-ตัวยอดทำลังกาไม่ครบ

-กล้าๆกลัวๆที่จะทำ ใจไม่นิ่ง

-รีบทำลังกาเกินไป

-หลับตา

-และอื่นๆอีกเพียบ



ท่ายืนเตรียมตัว


ก้าวขาขึ้นที่ละข้างพร้อมจังหวะ


ขึ้นมายืนบนฐาน / ฐานพร้อมยืดรับ


ย่อตัว



ย่อตัว


ส่ง


ทะยานขึ้น


รับ


การโยนนั้นถือได้ว่าเป็นท่าที่ต้องใช้ทักษะของฐานและยอดเป็นอย่างมาก เนื้องจากหน้าที่ของทั้ง 2 ต่ำแหน่งนี้ มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของแรงเอาไว้ ซึ่งผู้ที่ฝึกการโยนนั้น ต้องทำอยู่เป็นประจำ และต้องให้ความไว้วางใจทั้งฐานและยอด เพราะสิ่งจำเป็นที่สุดคือการเชื่อใจซึ่งกันและกัน จรรยาบรรณหลักของผู้ที่เป็นฐานในการโยนนั้น ต้องจำให้ขึ้นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ตามในการโยน ฐานที่รับนั้น จะต้องไม่ทำให้ยอดถึงพื้นโดยเด็ดขาด นั้นหมายถึงหากเกิดเหตุการใดๆขึ้น ยอดของคุณจะไม่เชื่อใจอันเนื้องมาจากฐาน เป็นหลัก และเมื่อไม่มีความเชื่อใจก็จะทำให้การโยนนั้นง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงพื้นฐานการโยน
1. การเข้าใจเรื่องจังหวะทั้งยอดและฐาน
2.การเข้าใจเรื่องการผ่อนน้ำหนักในการรับของฐาน
3.การทะยานขึ้นของตัวยอด
4.การเก็บระเบียบร่างกาย
5.การหาจุดนำสายตา
6.ลักษณะการโยนที่เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งหลักจากเราเข้าใจพื้นฐานดังกล่าวแล้ว จะทำให้กลุ่มในการโยนของเรานั้น มีประสิธิภาพในการโยนมากขึ้น จะส่งผลถึงความสูง และการนำไปสู่การเล่นในระดับที่ยากขึ้นได้

1. การเข้าใจเรื่องจังหวะทั้งยอดและฐาน จังของการโยนนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือของตัวยอด ตัวยอดถือได้ว่าเป็นตัวที่สำคัญในการทำท่า หากตัวยอดมีจังหวะส่งที่ดี มีความสูงก็จะทำให้การโยนนั้นๆ ทำได้ดี ซึ่งเราจะแบ่งจังหวะของตัวยอดไว้ดังนี้ 
1. จังหวะพร้อมขึ้น ขึ้นให้ช้า อย่านั่งลึก มองตรง ทิ้งน้ำหนักปลายท้าว แล้วนำปลายเท้ามาเหยียบตรงกลาง
2. จังหวะทะยานขึ้น หลังจากที่ฐานยุบใช้มือทั้ง 2 พลักฐาน ส่งมือขึ้น ยกหัวไหล เกร็งตัว ยกสะโพก อย่ารีบเอนหลัง รักษาระดับและควบคุมตัวเองไม่ให้แกว่ง
3. จังหวะทำ เป็นจังหวะที่ตัวยอดต้องรู้ถึงความรู้สึก ว่ามีแรงส่ง เกือบที่จะหยุดแล้ว จากนั้นก็ทำการทำท่าต่งๆที่ได้รับมอบหมาย
4.จังหวะดีดตัว เพื่อความสวยงามหลังจากทำท่าเรียบร้อยแล้ว ตัวยอดควรที่จะดีดตัวเองออก ซึ่งเป็นการควบคุมการลงให้อยู่ในรูปแอ่นตัว และเก็บระเบียบ
5.จังหวะลงนอน เป็นการดีดตัวกลับลงนอน

ในส่วนของฐานนั้นถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งฐาน จะไม่ต้องเป็นจังหวะมากมาย แต่หน้าที่หลักของฐาน จะเป็นตัวส่งแรง ซึ่งจะต้องตามแรงของตัวยอด ต้องคอยสังเกตุ เริ่มต้น ด้วยการสานมือในรูปแบบตระกร้า จากนั้น เวลาโยน ห้ามก้มหลัง หรืออ่าขามากเกินไป ใช้จังหวะก่อนส่งนั้นช้าๆไม่ต้องรีบ และพอเวลาส่งก็ใช้แรงให้สุด ชูมือไว้ตลอดเวลา และก็ทำการรับตัว ยอด โดยการรับนั้น ต้องรับโดยการผ่อนแรง ไม่เช่นนั้น จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลังของตัวยอดได้

การเข้าใจเรื่องการผ่อนน้ำหนักในการรับของฐาน

การผ่อนน้ำหนักของฐานนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของฐานที่ดี เพราะในขณะที่ยอดตกลงมาสู่พื้น แขนที่ตั้งรับ จะต้องมาการผ่อนแรงตามไปด้วย โดยการใช้ขาเข้ามาช่วยในการย่อรับ และสิ่งสำคัญของตัวยอดคือการใช้มือจับช่วงไหล่ของฐานให้ได้ 

การทะยานขึ้นของตัวยอด

การทะยานขึ้นของตัวยอดนั้น เป็นเรื่องที่ตัวยอดหลายคนหาเทคนิกนี้ เพื่อที่จะให้ตัวเอง มีเวลาอยู่กลางอากาศให้นานที่สุด นั้นหมายถึงความสูงการทำยานขึ้นนั้น ตัวยอดจะต้องควบคุมสะโพกเป็นหลักใหญ่ เพราะสะโพกคือจุดหมุน หากไม่ต้องทำลังกา ใช้การยอหัวไหล่เป็นหลัก เประกอบการพลักมือชูขึ้น แต่หากทำลังกา ตัวยอกจะต้องเปิดสะโพก เพื่อที่จะเอาข้ามศรีษะของตัวเองให้ได้ นั้นหมายถึง รอบลังกาก็จะไวตามไปด้วย แล้วจะทำให้การทะยานขึ้นกลางอากาศเป็นไปได้อย่างสวยงาม และกระชับ สิ่งสำคัญสุดท้ายของการทะยานคือการเกร็งตัว

การเก็บระเบียบร่างกาย

การเก็บระเบียบร่างกายนั้น เป็นเรื่องที่ ยอดทุกตัวควรที่จะทำ เพราะระเบียบร่างการ และการเกร็งตัวมักจะมาควบคู่กัน เหตุผลใหญ่คือการทำให้ท่านั้นๆดูสวยงาม เหตุผลรองลงมาก็คือ เป็นการง่ายต่อการรับ ต่อให้เกิดการผิดพลาดหากตัวยอด ยังรักษาสมดุลเอาไว้ได้ ก็สามารถที่จะควบคุมการทรงตัวเอาไว้ได้เช่นกัน

การหาจุดนำสายตา

ยอดส่วนใหญ่ ชอบก้มหน้า การก้มหน้านั้นจะทำให้ประสาทสัมผัสของยอดนั้น ไม่ทำงาน เพราะสายตาที่จะให้เพื่อสังเกตุความสูงนั้น ไม่ได้ถูกใช้ เราจึงแนะนำให้ยอด มองตรงไปด้านหน้า และพยายามจะระดับความสูงในการทำท่า หากทำบ่อยครั้ง เราก้จะเข้าใจ และสามารถควบคุมความสูงได้ และยังหาจุดทำท่าได้ง่ายอีกด้วย

ลักษณะการโยนที่เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จ

-จังหวะไม่เท่ากัน

-ตั้งฐานสูงเกินไป

-ตัวยอดนั่งมากเกินไป

-ฐานกว้างไป

-อ้าขามากเกินไป

-ส่งแรงไม่พร้อมกัน

-ตัวยอดไม่ยกสะโพก

-ฐานรับไม่ผ่อนแรง

-รับแต่ตัวไม่รับขา

-ตัวยอดทำลังกาไม่ครบ

-กล้าๆกลัวๆที่จะทำ ใจไม่นิ่ง

-รีบทำลังกาเกินไป

-หลับตา

-และอื่นๆอีกเพียบ